วิธีดูแลรักษายางรถบรรทุก รถรับจ้าง

วิธีดูแลรักษายางรถบรรทุก รถรับจ้าง รถบรรทุกคือยานพาหนะขนาดใหญ่ที่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไป ฐานของตัวรถบรรทุกจึงควรได้รับการดูแลรักษามากกว่ารถยนต์ปกติ โดยเฉพาะ ยางรถบรรทุก ที่มักต้องรองรับน้ำหนักทั้งตัวรถและสิ่งของอยู่บนตัวรถบรรทุกเป็นระยะเวลานาน ๆ ไปพร้อม ๆ กับรองรับแรงเสียดทานจากพื้นผิวถนนในระหว่างการขับเคลื่อนตลอดเวลา

ยางรถบรรทุก จึงมักถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งขนาด ความหนาและลักษณะของดอกยาง แต่หากต้องการให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเป็นระยะเวลานาน ๆ ยางของรถบรรทุกก็ควรได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมตามรายละเอียดต่อไปนี้

ลมยาง

ลมยางนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานยางของรถบรรทุกเป็นอย่างมาก และยังส่งผลต่อความปลอดภัยในระหว่างการขับเคลื่อนของรถบรรทุกได้โดยตรง ลมยางควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมเพราะหากลมยางน้อยเกินไป ยางของรถบรรทุกจะมีลักษณะบวมล่อนได้ง่าย ส่งผลให้อายุการใช้ยางของรถบรรทุกลดลง ดอกยางจะสึกได้ง่ายทั้งลักษณะการสึกที่ขอบยางข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หรือเกิดการสึกที่ไหล่ยางหรือที่ปลายดอกยาง

ลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดความฝืดในระหว่างการขับเคลื่อนได้มาก ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับรถบรรทุกมากกว่าปกติ หรือหากลมยางมากเกินไป ยางรถบรรทุกจะเปราะเมื่อได้รับแรงกระแทกก็จะระเบิดได้ง่าย ทำให้อายุการใช้งานลดน้อยลง ดอกยางโดยเฉพาะบริเวณกลางหน้ายางจะสึกหรอมาก ความสามารถในการถ่ายเทความสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกเข้าสู่ตัวรถลดลง จนขาดความนุ่มนวลในระหว่างการขับเคลื่อน

การสูบลมยางที่ดีควรทำให้เสมอกันในลักษณะของล้อคู่ การสูบลมและรักษาแรงดันลมในยางล้อคู่ให้เท่ากันตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก มิฉะนั้นยางเส้นจะไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากเพียงพอ เส้นที่สูบลมยางน้อยกว่าจะรับน้ำหนักได้น้อย ส่งผลให้การสึกของยางไม่สม่ำเสมอกันหรือเกิดการสึกที่ผิดปกติ

การสลับตำแหน่งของยาง

ทฤษฎีการสลับตำแหน่งล้อยางรถบรรทุกนั้นใกล้เคียงกับกรณีของรถยนต์ทั่วไป แต่เนื่องจากยางของรถบรรทุกมักมีลักษณะของยางล้อคู่ ดังนั้นตำแหน่งในการสลับยางจึงแตกต่างกับรถยนต์ทั่วไป โดยมากจะต้องทำการสลับยางเมื่อใช้งานยางไปประมาณ 5,000 – 10,000 กม. การสลับตำแหน่งยางของรถบรรทุกที่ถูกต้อง จะช่วยยืดอายุการใช้งานยางให้ยาวนานขึ้น

โดยเฉพาะบริเวณล้อหน้าที่มักเกิดการสึกของดอกยางได้ง่ายกว่าล้อบริเวณอื่น การสลับยางจะช่วยให้ลักษณะการสึกสม่ำเสมอกันทุกล้อ และเป็นการสลับเพื่อให้ยางได้หมุนกลับทิศทางในการขับเคลื่อน ลดปัญหาการสึกที่ไม่สม่ำเสมอกันได้ดี การนำยางล้อหลังที่รองรับแรงกรุย (ล้อที่ช่วยขับเคลื่อน) เมื่อเปลี่ยนไปเป็นล้อหน้าก็จะทำให้อายุยางรถบรรทุกยาวนานขึ้น

การดูแลรักษาศูนย์ล้อ

เพราะวัตถุประสงค์การใช้งานรถบรรทุกนั้นแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง การตั้งศูนย์ถ่วงล้อจึงไม่มีลักษณะตั้งตรงตามแนวดิ่ง หรือขนานกับตัวรถเหมือนรถยนต์ทั่วไป แต่จะมีลักษณะเอียงทำมุมกับตัวรถ เพื่อช่วยให้รถสามารถวิ่งตามทิศทางที่กำหนดได้ดีขึ้น และยังสะดวกในการบังคับรถเวลาหักเลี้ยว มุมล้อหรือศูนย์ล้อรถบรรทุกจำเป็นต้องอยู่ในระดับที่มาตรฐานกำหนด

ควรมีการตรวจสอบศูนย์ล้อ และช่วงล่างทุก ๆ ครั้งที่เปลี่ยนยางรถบรรทุกใหม่ กล่าวคือ ไม่ควรเกิน 6 เดือน หากศูนย์ล้อรถบรรทุกมีความผิดปกติจะทำให้ยางสึกแบบขรุขระ สึกเร็ว จนทำให้การควบคุมพวงมาลัยทำได้ยาก รถอาจเสียการทรงตัวได้ง่ายกว่าปกติ โดยมากปัญหาศูนย์ล้อของรถบรรทุกจะเกิดกับล้อคู่หน้าได้มากกว่าล้อคู่หลัง

การจัดเรียงสินค้าบนรถบรรทุกให้เกิดสมดุล

การบรรทุกสินค้าในตำแหน่งที่เหมาะสม การจัดเรียงสินค้าไว้ในรถบรรทุกควรจัดเรียงให้มั่นใจว่าน้ำหนักส่วนมากจะอยู่ที่จุดศูนย์กลางของตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นด้านยาวหรือด้านกว้างของรถ เพราะหากจัดเรียงไม่เหมาะสมศูนย์กลางของน้ำหนักไม่อยู่ในลักษณะที่สมดุลก็จะส่งผลเสียต่อศูนย์ล้อได้

การรับแรงน้ำหนักของยางล้อรถบรรทุกแต่ละข้างไม่เหมาะสม จนเกิดการเสื่อมสภาพของยางรถบรรทุกได้ ทั้งยังส่งผลต่อความสามารถในการขับเคลื่อนรถบรรทุกด้วย อย่างในกรณีที่รถต้องเข้าทางโค้งหรือหักเลี้ยวก็เสี่ยงที่รถจะเสียการควบคุมจนเกิดอุบัติเหตุได้

การบรรทุกสินค้าที่น้ำหนักเหมาะสม

การที่รถบรรทุกต้องแบกรับน้ำหนักที่เกินพิกัดนั้นสามารถส่งผลเสียต่อยางรถบรรทุกเป็นอย่างมาก เพราะยางจะแบกรับแรงเสียดสีมากกว่าปกติ ส่งผลให้ดอกยางสึกหรออย่างรวดเร็ว กลายเป็นความสูญเสียที่มากกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจประหยัดขึ้นเมื่อรถวิ่งน้อยรอบลง การบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดยังส่งผลต่อความปลอดภัยด้วยเพราะโครงผ้าใบบริเวณขอบยางที่รับน้ำมาก ๆ มักหัก และยางยังอาจผิดรูปเกิดเป็นลักษณะบวมล่อนจนเกิดการระเบิดได้ง่าย

การขับรถบรรทุกเร็วเกินไป

เนื่องจากศูนย์ถ่วงของรถบรรทุกนั้นแตกต่างจากรถยนต์ประเภทอื่น ๆ การขับขี่รถบรรทุกด้วยความรวดเร็วมากเกินไป นอกจากจะส่งผลต่อความปลอดภัยในระหว่างขับเคลื่อนรถบรรทุกแล้ว ยังส่งผลเสียต่อยางของรถบรรทุกด้วย เพราะการขับรถเร็วจะทำให้ระยะห่างในการเบรกเพื่อหยุดรถบรรทุกเพิ่มมากขึ้น ดอกยางจึงเกิดการสึกหรอเร็วมากขึ้น เกิดความร้อนภายในยางรถบรรทุกมากขึ้น ยางเกิดลักษณะบวมล่อน จนเกิดการระเบิดได้ง่าย และยังส่งผลเสียต่อการใช้พลังงาน เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันในการขับเคลื่อนเป็นปริมาณมาก ๆ

การดูแลรักษายางรถบรรทุกให้ดีนั้น มีปัจจัยหลายด้านที่ต้องตรวจสอบและปฏิบัติ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนด้านขนส่งได้ และส่งผลต่อความปลอดภัยบนท้องถนน